หุ้นไทย (31 ส.ค.64) ปิดการซื้อขาย +4.98 จุด
หุ้นไทย (31 ส.ค.64) ปิดการซื้อขาย +4.98 จุด (+0.30%) ระดับ 1,638.75 จุด มูลค่าการซื้อขาย 117,917.78 ล้านบาท
หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
BBL มูลค่าการซื้อขาย 6,942.99 ล้านบาท ปิดที่ 114.00 บาท ลดลง 3.50 บาท
GULF มูลค่าการซื้อขาย 6,406.66 ล้านบาท ปิดที่ 41.75 บาท เพิ่มขึ้น 1.75 บาท
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 3,809.29 ล้านบาท ปิดที่ 123.00 บาท ลดลง 0.50 บาท
PTT มูลค่าการซื้อขาย 3,772.61 ล้านบาท ปิดที่ 38.25 บาท ลดลง 0.50 บาท
INTUCH มูลค่าการซื้อขาย 3,755.56 ล้านบาท ปิดที่ 85.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.25 บาท
นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวขึ้นในทิศทางเดียวกับตลาดต่างประเทศ ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียส่วนใหญ่บวก โดยเฉพาะตลาดเอเชียเหนือ หลังจากธนาคารกลางจีนจะอัดฉีดสภาพคล่อง 4 หมื่นล้านหยวน และเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องหลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ไม่รีบปรับนโยบายด้านการเงินเร็ว ทำให้สินทรัพย์เสี่ยงต่างปรับตัวขึ้น แม้แต่ตลาดยุโรปเทรดบ่ายนี้ก็ปรับตัวขึ้น โดยเฉพาะตลาดหุ้นเยอรมนีขึ้นมาได้ดีตอบรับตัวเลขภาคแรงงานออกมาดี
ส่วนตลาดบ้านเราได้รับแรงหนุนจากหุ้นในกลุ่มโรงไฟฟ้าและกลุ่มสื่อสารขึ้นนำตลาดฯ ขณะที่หุ้นอื่นชะลอเพื่อรอการปรับน้ำหนักของ MSCI Rebalance วันนี้ และติดตามการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ส่วนนอกประเทศ ติดตามตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนของสหรัฐฯ และตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯที่จะทยอยออกมา
แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (1 ก.ย.) นายณัฐพล กล่าวว่า ตลาดฯยังมีโอกาสปรับขึ้นต่อ พร้อมให้แนวรับ 1,630 จุด ส่วนแนวต้าน 1,645-1,650 จุด
หุ้นไทย (31 ส.ค.64) ปิดการซื้อขายเช้า 1,639.76 จุด เพิ่มขึ้น 5.99 จุด (+0.37%) มูลค่าการซื้อขาย 55,188.25 ล้านบาท
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
เปิดจุดตรวจโควิดพนักงานบริการรับคลายล็อก
แอฟริกาใต้พบโควิด-19 "C.1.2" อีกหนึ่งสายพันธุ์ใหม่ที่ต้องจับตา
GULF มูลค่าการซื้อขาย 4,040.48 ล้านบาท ปิดที่ 41.75 บาท เพิ่มขึ้น 1.75 บาท
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 2,108.22 ล้านบาท ปิดที่ 123.50 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง
ADVANC มูลค่าการซื้อขาย 1,854.30 ล้านบาท ปิดที่ 188.50 บาท เพิ่มขึ้น 4.50 บาท
KCE มูลค่าการซื้อขาย 1,801.96 ล้านบาท ปิดที่ 76.75 บาท ลดลง 1.50 บาท
INTUCH มูลค่าการซื้อขาย 1,478.38 ล้านบาท ปิดที่ 85.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.25 บาท
นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้แกว่งไซด์เวย์ในลักษณะพักตัวหลังปรับตัวขึ้นไปแรง ขณะที่ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้ส่วนใหญ่ติดลบ โดยเฉพาะตลาดที่เกี่ยวข้องกับจีน จากความกังวลมาตรการควบคุมใหม่ของทางการจีนที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจเกมออนไลน์ อีกทั้งตลาดบ้านเราตอบรับการคลายล็อกดาวน์ไปมากแล้ว
ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันก็ย่อตัวลงหลังพายุเฮอริเคนลดความรุนแรงลง อีกทั้งจะมีการประชุมกลุ่มโอเปกพลัสในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งตลาดคาดจะเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันตามแผนที่วางไว้ รวมทั้งวันนี้ต้องติดตามการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ และในวันศุกร์ติดตามตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ
แนวโน้มการลงทุนในช่วงบ่ายนี้ นายวีระวัฒน์ กล่าวว่า ตลาดฯคงแกว่งไซด์เวย์ต่อไป โดยมีแนวรับ 1,628-1,620 จุด ส่วนแนวต้าน 1,640 จุด
หุ้นไทย (31 ส.ค.64) ทิศทางหุ้นและกลยุทธ์การลงทุนหลังเปิดการซื้อขายแดนลบ คาดชะลอตัวจากแนวต้านจุดสูงเดิม เพื่อลดความร้อนแรง
นายกิติชาญ ศิริสุขอาชา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์รายย่อย บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้มีโอกาสที่จะเปิดในแดนบวกก่อนที่จะเริ่มย่อตัวลงจากแรงขายทำกำไรหลังจากที่ดัชนีฯขึ้นไปกว่า 100 จุดหรือราว 8% ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา และราคาน้ำมันฟิวเจอร์สเช้านี้ก็เริ่มย่อตัวลงหลังพายุเฮอริเคนได้ลดความรุนแรงลง ทำให้กำลังการผลิตน้ำมันในอ่าวเม็กซิโกน่าจะค่อย ๆ ฟื้นตัวขึ้นได้ อีกทั้งค่าการกลั่นและสเปรดปิโตรเคมีก็ย่อลงด้วย อาจกดดันหุ้นในกลุ่มพลังงาน
ราคาทองวันนี้ – 31 ส.ค. 64 ปรับราคา 3 ครั้ง รูปพรรณบาทละ 28,250
แรงงานเฮ! ครม. เคาะเยียวยาผู้ประกันตน 13 จังหวัด ม.39 ม.40 เพิ่มอีก 1 เดือน
นอกจากนี้ MSCI Rebalance จะมีผลวันนี้ จะมีการปรับลดน้ำหนักหุ้นไทยราว 0.03% คิดเป็น 112 ล้านเหรียญฯ หรือ 3,600 ล้านบาท ซึ่งแม้จะไม่มากแต่ก็อาจเป็นการเพิ่มแรงขายในตลาดฯ ช่วงบ่าย ๆ อย่างไรก็ดี ต้องจับตาการเทรดของนักลงทุนต่างชาติเนื่องจากเงินบาทยังแข็งค่าต่อเนื่อง อีกทั้งติดตามการประชุมกลุ่มโอเปกพลัสในเร็ว ๆ นี้ และตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯศุกร์นี้ รวมทั้งจับตาทิศทางค่าเงินบาทหลังปลดล็อกดาวน์วันที่ 1 ก.ย.นี้ทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้ดีแค่ไหน
พร้อมให้แนวรับ 1,620 จุด ส่วนแนวต้าน 1,642 จุด
ด้าน บล.ไทยพาณิชย์ คาดชะลอตัวจากแนวต้านจุดสูงเดิม เพื่อลดความร้อนแรง
กลยุทธ์การลงทุน:
คาด SET เคลื่อนไหวในกรอบ 1628-1645 จุด โดยมีกรอบบนแถวแนวต้านจุดสูงเดิมบริเวณ 1645 จุด ซึ่งยังให้ระวังแรงขายทำกำไร และลดความร้อนแรงของสัญญาณเทคนิค รวมถึงตลาดหุ้นต่างประเทศเริ่มชะลอตัว ทำให้คาด SET มีโอกาสเคลื่อนไหวตาม ด้านกรอบล่างอยู่ที่ 1628 และ 1623 จุด ตามลำดับ กลยุทธ์ หาจังหวะลงทุนหุ้น big cap ที่มีพื้นฐานดี สัดส่วน 25% ด้านการ Selective Buy หรือเก็งกำไร ทำอย่างระมัดระวัง
ล็อคเป้าลงทุน:
> Selective buy หุ้นปัจจัยบวกเฉพาะตัวใน 2 theme 1) พอร์ตหลักเน้นหุ้น Defensive แนวโน้มกำไรเติบโตใน 2H64: BBL BDMS BEM CPALL CRC HANA SPALI TU 2) พอร์ต trading idea เน้นหุ้น domestic reopening ที่ราคาหุ้นยังไม่ถึง Pre-COVID และได้ประโยชน์จาก hope phase: AOT CRC CPN BJC M ZEN CPW
> แนะนำ BEM คาดผลประกอบการจะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งใน 4Q64 หลังคลายมาตรการล็อกดาวน์ และแนะนำ CPN ได้อานิสงส์ผ่อนคลายล็อกดาวน์เช่นกัน
สถานการณ์อื่นๆ
ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (30 ส.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 35,399.84 จุด ลดลง 55.96 จุด (-0.16%), ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,528.79 จุด เพิ่มขึ้น 19.42 จุด (+0.43%), ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 15,265.89 จุด เพิ่มขึ้น 136.39 จุด (+0.90%)
ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีนเปิดวันนี้ที่ 3,519.02 จุด ลดลง 9.13 จุด (-0.26%), ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดวันนี้ที่ 27,690.77 จุด ลดลง 98.52 จุด (-0.35%) และดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดวันนี้ที่ 25,524.23 จุด ลดลง 15.31 จุด (-0.06%)
ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน ต.ค.ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (30 ส.ค.) ปิด 69.21 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 47 เซนต์ หรือ 0.68% ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (30 ส.ค.) อยู่ที่ 3.17 ดอลลาร์/บาร์เรล
เงินบาทเปิด 32.43/45 แนวโน้มแข็งค่าหลังโควิดดีขึ้น-เงินทุนไหลเข้า
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB